เที่ยวญี่ปุ่นตามรอยมังกร 9 ที่ 9 จังหวัดในเขตโชริวโด

เที่ยวญี่ปุ่นตามรอยมังกร 9 ที่ 9 จังหวัดในเขตโชริวโด
ลุงบุญมี
22/09/17   |   257   |  

โชริวโด ชื่อเรียก ภูมิภาคชูบุ และโฮกุริกุ ตั้งอยู่กลางประเทศญี่ปุ่น ประกอบไปด้วย 9 จังหวัด ซึ่งภูมิภาคนี้มีรูปร่างคล้ายมังกรที่กำลังบินขึ้นไปบนฟ้า โดยถือว่าคาบสมุทรโนโตะเปรียบเป็นหัวมังกร และจังหวัดมิเอะเป็นหางมังกร จึงมีการเรียกเส้นทางการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ว่า “โชริวโด” ที่แปลว่า เส้นทางมังกรทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า วันนี้เที่ยวล่าสุดขอนำเสนอ 9 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวตามรอยเส้นทางมังกร ในเขตโชริวโด จะมีที่ไหนกันบ้างตามไปดูกันเลย

 

1.NAGANO | จังหวัดนากาโน่ | 長野県

จังหวัดนากาโน่ จังหวัดที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูงกว่า 3,000 เมตร จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “หลังคาของประเทศญี่ปุ่น” นอกจากนี้จังหวัดนากาโน่ยังเคยเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิค และพาราลิมปิคฤดูหนาวปี 1998 และยังมีเมือง “ฮากุบะ”, “ที่ราบสูงชิกะ” และบ่อน้ำร้อนโนซาว่าที่โดดเด่นในฐานะเป็น สโนว์รีสอร์ท ชั้นนำของญี่ปุนที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมากทุกปี แต่เที่ยวล่าสุดขอแนะนำ “สวนลิงจิโกคุดานิ” ที่นี่คุณจะได้ชมลิงญี่ปุ่นหรือ“สโนว์มังกี้” ขณะลงแช่บ่อน้ำร้อนกลางแจ้งซึ่งหาชมได้ยาก โดยเฉพาะการแสดงสีหน้าท่าทางผ่อนคลายอารมณ์ราวกับมนุษย์ของมันในขณะนั้น ที่ทำให้คุณกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว

 

JIGOKUDANI MONKEY PARK | สวนลิงจิโกคุดานิ | 地獄谷野猿公苑

 

ภาพสีหน้าอันอิ่มเอิบประดับอยู่บนวงหน้าน่ารักของลิงญี่ปุ่น บนหัวปกคลุมด้วยหิมะขณะแช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อนที่มีไอขาวลอยอ้อยอิ่งอยู่รายรอบนั้นกลายเป็นภาพที่ได้รับการกล่าวขานไปทั่วโลก สวนลิงจิโกคุดานิแห่งนี้ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาจิโกคุดานิ เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ลิงป่ามักจะลงมาอาบน้ำ และที่นี่ยังเป็นที่อยู่อาศัยของลิงหิมะชนิดนี้อีกด้วย ภายในบริเวณนี้มีทั้งสวนสาธารณะ มีสระว่ายน้ำที่สร้างให้กับเจ้าลิงทั้งหลายได้สนุกกัน เดินจากประตูทางเข้าสวนเพียง 5 นาที นักท่องเที่ยวจะพบเห็นลิงตลอดเส้นทางที่ไปยังสระน้ำ โดยพวกมันจะจับกลุ่มกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ มีความคุ้นเคยกับมนุษย์ แต่อย่างไรก็ตามห้ามเข้าไปจับหรือให้อาหารโดยเด็ดขาด บริเวณลานจอดรถเป็นที่ตั้งของศูนย์ข้อมูลเล็ก ๆ โดยข้อมูลส่วนใหญ่เป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ก็ยังมีส่วนที่เป็นภาษาอังกฤษอธิบายเล็กน้อย และที่นี่คุณยังสามารถดูบรรดาลิงผ่านกล้องที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ สระน้ำเพื่อสังเกตพฤติกรรมของพวกมันได้อีกด้วย

แม้ว่าสวนสาธารณะแห่งนี้จะเปิดตลอดทั้งปี แต่ลิงจะลงมาอาบน้ำพุร้อนในช่วงฤดูหนาว ประมาณเดือนธันวาคม - มีนาคมเท่านั้น เที่ยวล่าสุดขอแนะนำช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาชมคือเดือน มกราคม - กุมภาพันธ์

 

เปิด :  ทุกวัน
เมษายน - ตุลาคม 08.30 – 17.00 น.
พฤศจิกายน - มีนาคม 09.00 – 16.00 น.
การเดินทาง : นั่งรถบัสสาย Kanbayashi Onsen จากสถานี Yudanaka Station ลงป้าย Kanbayashi Onsen แล้วเดินต่อ 20 – 30 นาที
เว็บไซต์ : en.jigokudani-yaenkoen.co.jp
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) 800 เยน เด็ก 500 เยน
พิกัดใน google map : https://goo.gl/maps/afeRYiZkj1D2

 

 

2.GIFU | จังหวัดกิฟุ | 岐阜県

จังหวัดกิฟุ แบ่งออกเป็นเขตฮิดะทางตอนเหนือและเขตมิโนะทางตอนใต้ เขตฮิดะเต็มไปด้วยภูเขาสูงกว่า 3,000 เมตร เป็นพื้นที่ที่จะเต็มไปด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว ส่วนเขตมิโนะนั้นเป็นแถบที่ราบ มีแม่น้ำใสสะอาดไหลผ่าน ด้วยความแตกต่างในภูมิประเทศ ทำให้กิฟุมีความหลากหลายด้านทัศนียภาพและวัฒนธรรม จังหวัดกิฟุมีสถานที่ท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมกระจายอยู่ทุกพื้นที่ในตัวจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นย่านเมืองเก่าทาคายาม่า มรดกโลกอย่างชิราคาวะโกะ ปราสาทกิฟุอันเป็นถิ่นฐานของโอดะ โนบุทากะ นักรบแห่งยุคเซนโกคุ ตลอดจนวิธีการจับปลาแบบดั้งเดิม ที่เรียกว่า อุไก (การจับปลาด้วยนกกาน้ำ) เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีเมืองที่เงียบสงบที่ได้ชื่อว่า ลิตเติ้ลเกียวโต อยู่อีกหลายแห่ง มีออนเซ็นอยู่มากมาย ทั้งออนเซ็นในเมืองเกโร่ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ออนเซ็นที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ออนเซ็นโอคุฮิดะที่มีจำนวนสถานที่อาบน้ำกลางแจ้งมากที่สุดในญี่ปุ่น โดยที่นี่คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติที่โอบล้อมตัวคุณขณะ

 

CORMORANT FISHING UKAI | เทศกาลอุไก | 鵜飼

 

ทุก ๆ วันที่ 11 พฤษภาคม ถึง 15 ตุลาคม ของทุกปี บนแม่น้ำนาการะ ที่มีภูเขาคิงคะซัง และปราสาทกิฟุอันสว่างไสวเป็นพื้นหลังนั้น บรรดาชาวประมงพื้นเมืองของจังหวัดกิฟุมักจะลุกขึ้นมาแต่งกายด้วยชุดชาวประมงแบบดั้งเดิม และใช้นกกาน้ำช่วยจับปลา ทำให้ลำน้ำที่มืดมิดกลับเต็มไปด้วยแสงสว่างจากดวงไฟของเรือประมง ที่ออกมาโลดแล่นในยามค่ำขึ้น ปลาที่จับด้วยนกกาน้ำ คือ ปลาอะยุ หรือปลา Sweetfish เป็นปลาน้ำจืดที่มีรสชาติอร่อย การจับปลาด้วยนกกาน้ำ จะกระทำในเวลากลางคืน ยกเว้นในคืนพระจันทร์เต็มดวง ชาวประมงมักจะจุดโคมไฟไว้ที่หัวเรือ ซึ่งเมื่อปลาอะยุ ตกใจแสงไฟ ก็จะว่ายแฉลบไปมา ทำให้เกล็ดปลาสะท้อนกับแสงไฟ และจะถูกนกกาน้ำจับกินโดยง่าย บรรยากาศก่อนการแสดงจะเริ่มขึ้นนั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีชีวิตชีวาจากแสงสีของดอกไม้ไฟและเสียงประทัดที่หลายคนหาซื้อมาเล่นจากเรือพ่อค้าแม่ค้าที่ลอยลำมาเทียบ รวมทั้ง อาหารเซตที่รับประทานกันบนเรืออุไก อันมีปลาอะยุย่างหอม ๆ เป็นเมนูพิเศษที่ใคร ๆ ที่มาชมมักไม่พลาดที่จะลิ้มลองกัน

 

เปิด : วันที่ 11 พฤษภาคม จนถึง 15 ตุลาคม ของทุก ๆ ปี
การแสดงเริ่มเวลา 18.45 - 20.20 น. (ลงทะเบียนรอบสุดท้ายเวลา 19.45 )
การเดินทาง : JR สถานี GIFU แล้วนั่งรถแท็กซี่ต่อประมาณ 10 นาที
เว็บไซต์ : www.ukai-gifucity.jp/ukai/e
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 3400 เยน เด็ก 1700 เยน
พิกัดใน google map : https://goo.gl/maps/ipHfhuBR8Ls

 

 

3.MIE | จังหวัดมิเอะ | 三重県

จังหวัดมิเอะตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น ใกล้กับเมืองโอซาก้า เกียวโต และนาโกย่า เป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ผลผลิตทางการเกษตรและวัฒนธรรม จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองแห่งความสวยงาม”จังหวัดมิเอะ หรือ เมืองบ้านเกิดของชาวญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นสถานที่ตั้งของศาลเจ้าอิเสะ ศาลเจ้าหลักซึ่งเป็นต้นกำเนิดของศาลเจ้ากว่า 8 หมื่นที่ในประเทศญี่ปุ่น เป็นสถานที่ต้นกำเนิดของนินจา นอกจากนี้ยังมีเส้นทางคุมาโนะหนึ่งในมรดกโลกหรือเส้นทางศักดิ์สิทธิ์โบราณ และรีสอร์ทชื่อดังมากมายริมชายฝั่งอิเสะ น้ำตกอากาเมะชายฝั่งที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม เที่ยวล่าสุดจึงอยากขอเชิญชวนให้มาสัมผัสวัฒนธรรมพื้นเมืองเก่าแก่และซากโบราณของญี่ปุ่นตั้งแต่ยุคสมัยโจมงโบราณ กันที่นี่ “มิเอะ”

 

ISE JINGU | ศาลเจ้าอิเสะ-จิงงู | 伊勢神宮

 

ศาลเจ้าอิเสะ-จิงงู เป็นศาลเจ้าชินโตที่มีอายุเก่าแก่ถึง 2,000 ปี ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของศาลเจ้าญี่ปุ่น ถูกโอบล้อมด้วยป่าสนอายุหลายร้อยปี ที่นี่ถือว่าเป็นสถานที่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์และลึกลับที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ด้านในเมื่อเข้าไปจะไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพหรือวิดีโอใด ๆ ทั้งสิ้น ชาวญี่ปุ่นมักจะมาสักการบูชาเทพเจ้าอะมะเทะระซึ โอมิคามิ เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ซึ่งเชื่อกันว่าราชวงศ์ญี่ปุ่นสืบเชื้อสายมาโดยตรง ในทุก ๆ 20 ปีจะมีการบูรณะศาลเจ้าโดยจะคงรูปแบบเดิมไว้มากที่สุด ถือเป็นการถ่ายทอดทั้งความรู้ และทักษะของช่างฝีมือรุ่นเดิมให้กับช่างฝีมือรุ่นใหม่ ตำแหน่งของศาลเจ้าจะขยับทุก 20 ปี คือจะมีที่ 2 แปลง 20 ปีแรกจะใช้แปลงหนึ่งและอีก 20 ปีถัดไปจะใช้อีกแปลงหนึ่งสลับกันไป ผู้คนที่มาสักการะก็สามารถมาได้ทุกวันเวลา ทุกครั้งที่มาก็จะเจอศาลเจ้าในสภาพที่สมบูรณ์ ว่ากันว่ายุคเอโดะ 1 ใน 5 ของชาวญี่ปุ่นมัก จะเดินทางมาสักการะศาลเจ้าอิเสะ ชาวญี่ปุ่นในปัจจุบันก็ยังมีความเชื่ออยู่ว่าซักครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องมาสักการะให้ได้

 

เปิด : ทุกวัน
05.00 – 18.00 น. (มีนาคม - เมษายน, กันยายน - ตุลาคม)
04.00 – 19.00 น. (พฤษภาคม – สิงหาคม)
05.00 – 17.00 น. (พฤศจิกายน – ธันวาคม)
05.00 – 17.30 น. (มกราคม - กุมภาพันธ์)
การเดินทาง : ศาลเจ้าส่วนนอก JR สถานี ISE-SHI แล้วเดินต่อ 5 นาที
ศาลเจ้าส่วนใน นั่งรถบัส ISE JINGUจากสถานี ISE-SHI (เดินระยะทางหลายกิโลเมตร)
เว็บไซต์ : www.isejingu.or.jp/en
ค่าเข้าชม : ฟรี
พิกัดใน google map : https://goo.gl/maps/GKNeG9CAiaP2

 

 

4.TOYAMA | จังหวัดโทยามะ | 富山県

จังหวัดโทยามะ จังหวัดที่เลียบไปกับชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น ครอบคลุมพื้นที่ทางทิศเหนือของเจแปนแอลป์ ทำให้มี อาหารทะเลสดจากท้องทะเล แหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งปราสาทโทยามะ, หมู่บ้านหลังคาโบราณชิราคาวะโกะ และธรรมชาติที่สวยงาม เช่น เส้นทางกำแพงหิมะทาเทยาม่าคุโรเบะ และทางรถไฟชมวิวหุบเขาคุโรเบะ ที่โทยามะ ทำให้ผู้ที่มาเยี่ยมเยือนสามารถดื่มด่ำกับทัศนียภาพที่งดงาม และอาหารที่สดและอร่อยได้ในเวลาเดียวกัน

TATEYAMA KUROBE ALPINE ROUTE | กำแพงหิมะทาเทยาม่า คุโรเบะ |
立山黒部アルペンルート


เส้นทางท่องเที่ยว ทาเทยาม่า คุโรเบะ อัลไพน์ เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่บรรดานักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างก็ต้องการมาเยือนสักครั้ง ด้วยธรรมชาติที่งดงาม และการเดินทางด้วยพาหนะหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น กระเช้าลอยฟ้า รถราง และรถบัส เป็นต้น เรียกได้ว่า ได้สัมผัสธรรมชาติ ที่งดงาม พร้อมทั้ง ตื่นเต้นกับพาหนะที่หลากหลาย โดยเฉพาะกระเช้าลอยฟ้า ที่สร้างความน่าหวาดเสียว แต่ก็ทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจไปกับการเดินทางในครั้งนี้ได้ไม่น้อย การเดินทางของเส้นทางนี้ เริ่มตั้งแต่จากพื้นราบ ขึ้นไปยังภูเขาสูง โดยจุดที่สูงที่สุดของเทือกเขานี้ เป็นยอดเขาของเทือกเขาทาเทยาม่า สูงกว่า 3,000 เมตร เลยทีเดียว ส่วนจุดที่สูงที่สุดที่นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถเดินทางไปสัมผัสได้ง่าย อยู่ที่ Murodo สูงประมาณ 2,450 เมตร ตรงจุดนี้เอง นักท่องเที่ยวจะมองเห็นทิวทัศน์กำแพงหิมะที่สูงกว่า 20 เมตร ที่เรียกกันในชื่อว่า ยูกิ โนะ โอะทะนิ แปลเป็นไทยก็คือ กำแพงหิมะ นั่นเอง แต่กำแพงหิมะนี้ นักท่องเที่ยวจะสามารถเข้าไปสัมผัส และชมความงดงามได้เฉพาะในช่วงกลางเดือน เมษายน ถึงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ถึงแม้จะเปิดให้เข้าชมเป็นเวลาสั้น ๆ แต่ก็ทำให้นักท่องเที่ยวตื่นตาตื่นใจไปกับภาพที่ได้เห็นในเบื้องหน้าได้อย่างแน่นอน และบริเวณนี้นักท่องเที่ยวสามารถชมความงามได้ด้วยการนั่งรถบัส โดยรถบัสจะจอดให้ลงไปสัมผัสหิมะ อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

 

เปิด : เปิดช่วงกลางเดือนเมษายน - ปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
วันจันทร์ - วันศุกร์ 10.00 – 15.15 น.
วันเสาร์ - วันอาทิตย์ 09.30 – 15.15 น.
การเดินทาง : เริ่มต้นที่ สถานีทะเทะยะมะ และนั่งรถกระเช้าจากสถานีทะเทะยะมะ ไปยังสถานีไบเจียวไดระ แล้ว ขึ้นรถบัสทะเทะยะมะ โคเง็น จากนั้นลงที่ป้าย มุโระโดะ ใช้เวลาเดิน 3 นาที
เว็บไซต์ : www.alpen-route.com/th
ค่าเข้าชม : ฟรี
พิกัดใน google map : https://goo.gl/maps/DVE2ifiMqNP2

 

 

5.FUKUI | จังหวัดฟุคุอิ | 福井県

จังหวัดฟุคุอิ มีลักษณะภูมิประเทศที่ติดทะเล ภูเขา และพื้นที่ราบลุ่ม ชายฝั่งของที่นี่ลากยาวเป็นเส้นตรงมาตั้งแต่ชายฝั่งเอจิเซน ท้องทะเลแถบนี้อุดมสมบูรณ์มากในการทำประมง อีกทั้งยังมีชายหาดที่รอให้คุณไปอาบไออุ่นจากแสงอาทิตย์อีกด้วย จังหวัดฟุคุอิจึงได้รับขนานนามว่าเป็นหนึ่งในขุมทรัพย์แห่งอาหารของประเทศญี่ปุ่น ในขณะที่ภูมิภาคฝั่งตะวันออกนั้นจะเป็นภูเขามากมาย รวมไปถึงผาฮาคุซัน ที่ถือเป็นสถานที่อันเลื่องลือสร้างความท้าทายสำหรับนักปีนผาที่ต้องการมาลองทดสอบฝีมือกันเป็นจำนวนมาก ส่วนตอนกลางของจังหวัดฟุคุอิจะเป็นพื้นที่ราบลุ่มที่เป็นแหล่งปลูกข้าวญี่ปุ่นชื่อดังสายพันธุ์ “โคชิฮิคาริ” ไม่เพียงแค่ข้าวเท่านั้นที่เพาะปลูกกันในที่บริเวณนี้ ยังมีผักสวนครัวระดับคุณภาพด้วยเช่นกัน และที่นี้ยังมีพิพิธภัณฑ์วิจัยและศึกษาไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น รอให้คุณไปศึกษาอีกด้วย

FUKUI DINOSAUR MUSEUM | พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟุคุอิ | 福井県立恐竜博物館

 

พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ฟุคุอิ เป็นพิพิธภัณฑ์วิจัยและศึกษาไดโนเสาร์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ในเมืองคัตสึยาม่า จังหวัดฟุคุอิ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการวิจัยไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น อาคารพิพิธภัณฑ์มีความสูงกว่า 4 ชั้น ชั้นหลักเป็นนิทรรศการไดโนเสาร์ที่เปิดกว้าง จัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์กว่า 40 ชิ้น พร้อมคำอธิบายภาษาอังกฤษ รวมถึงตัวอย่างของไดโนเสาร์พันธุ์แรปเตอร์ และไดโนเสาร์สายพันธุ์อื่นที่ถูกพบในเมืองฟุคุอิและบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย ทันทีที่เข้าไปในส่วนนิทรรศการ คุณจะพบกับโครงกระดูกไดโนเสาร์ทีเร็กซ์ (Tyrannosaurus Rex) ที่รอต้อนรับผู้เข้าชม นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการวิทยาศาสตร์โลก จัดแสดงวิดีโอ และวัตถุตัวอย่างที่จะนำเสนอให้ผู้ชมได้รับความรู้เกี่ยวกับโลก การเกิดสิ่งมีชีวิตบนโลก อีกทั้งคุณยังสามารถมองเห็นนิทรรศการไดโนเสาร์ได้จากระเบียงในโซนนี้อีกด้วย ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตจากสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวค่อย ๆ พัฒนากลายเป็นมนุษย์ โดยไฮไลท์ของนิทรรศการคือ การแสดงวิวัฒนาการของไดโนเสาร์จนกลายมาเป็นนก นอกจากนี้คุณยังจะได้สัมผัสฟอสซิลจริง ชมนักวิทยาศาสตร์และช่างเทคนิคฟอสซิลทำความสะอาด และทำวิจัยภายในห้องปฏิบัติการวิจัย อีกทั้งยังมีบริการโรงภาพยนตร์สำหรับนิทรรศการพิเศษ ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และเข้าร่วมกิจกรรมกลางแจ้งที่จะจัดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงอีกด้วย นับเป็นประสบการณ์ที่พลาดไม่ได้ถ้าคุณมาถึงจังหวัดฟุคุอิ

 

เปิด : 09.00 – 17.00 น. (เข้าชมก่อน 16.30 น.)
ปิดทุกวันพุธที่ 2 และ 4 ของทุกเดือน (ยกเว้นเดือนสิงหาคม)
วันที่ 29 ธันวาคม - 2 มกราคม และปลายเดือนมกราคม 2-3 วัน
การเดินทาง : นั่งรถบัสสาย Nagaoyama จากสถานี Katsuyama ลงป้าย Kyoryu Hakubutsukan-mae จะถึงหน้า พิพิธภัณฑ์พอดี
เว็บไซต์ : www.dinosaur.pref.fukui.jp/en/
ค่าเข้าชม : 770 เยน สำหรับนิทรรศการถาวร หากมีนิทรรศการพิเศษจะมีค่าใช้จ่ายต่างหาก
พิกัดใน google map : https://goo.gl/maps/B32rXQ9Mofp

 

 

6.AICHI | จังหวัดไอจิ | 愛知県

จังหวัดไอจิ จังหวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาคจุบุ อุดมไปด้วยศิลปะ วัฒนธรรม และธรรมชาติอันงดงาม อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมต่อการคมนาคมระหว่างภาคตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ทำให้ไอจิเป็นฐานอุตสาหกรรมหลักที่รุ่งเรืองมากว่าหลายศตวรรษ เมืองนาโกย่าศูนย์กลางการปกครอง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของจังหวัดไอจิ มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน จนที่นี่ได้รับการขนานนามว่า ดินแดนแห่งซามูไร หรือสถานที่ถือกำเนิดของเหล่าวีรบุรุษ ผู้รวบรวมแผ่นดินทั้งสาม อย่าง โอดะ โนบุทากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และโชกุน โทคุกาวะ อิเอยาสึ โดยที่นี่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นเรื่องราวของนักรบแห่งแดนอาทิตย์อุทัยนั่นเอง

NAGOYA CASTLE | ปราสาทนาโกย่า | 名古屋城

 

ที่นี่คือสัญลักษณ์แห่งเมืองซามูไรนั่นเอง เพราะในสมัยเอโดะ นาโกย่าเป็นเมืองแห่งปราสาทที่สำคัญที่สุดเมืองหนึ่ง ปราสาทนาโกย่า คือตำหนักของตระกูลโอวาริโทคุกาวะ และยังเป็นแนวหน้าในการป้องกันเมืองสมัยทำสงครามกับโอซาก้าด้วย หากลองแหงนหน้าไปมองบนหลังคาจะเห็น “ชะชิโฮะโกะ” ปลาคู่สีทองที่หัวเป็นเสือ สัตว์ในจินตนาการของญี่ปุ่นอยู่บนหลังคาปราสาท และยังมีหอกลางที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย ป้อมปราสาทมีความสูงกว่า 7 ชั้น โดยชั้นที่ 7 เป็นห้องชมทิวทัศน์ ภายในชั้น 3 ถึงชั้น 5 มีส่วนแสดงรูปปั้นจำลองของ “ชะชิโฮะโกะ” และที่ชั้น 1 ได้มีการเก็บรักษาสมบัติทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญ เช่น ภาพเขียนบนประตูกระดาษ ดาบและเฟือง อีกทั้งที่นี่ยังมีการจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ที่รอให้คุณได้มาสัมผัสวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมทั้งในและนอกปราสาท เช่น เครื่องมือที่ทำจากหิน การขึ้นรถลาก และได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเมืองอีกด้วย   นอกจากที่นี่จะเป็นปราสาทที่งดงามแล้ว ที่นี่ยังเป็นเป็นจุดชมซากุระที่มีชื่อเสียงที่หนึ่งในญี่ปุ่น โดยในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (ช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม) ต้นซากุระนับพันต้นบานสะพรั่ง ภาพของดอกซากุระที่มีฉากหลังเป็นปราสาทช่างเป็นภาพที่จะสร้างความประทับใจให้กับคุณอย่างไม่รู้ลืมเลยทีเดียว

*ในปี 2009 ได้เริ่มโครงการสร้างปราสาทขึ้นมาใหม่ โดยใช้วัสดุก่อสร้างและเทคนิคการสร้างแบบดั้งเดิม ส่วนแรกที่เริ่มสร้างคือทางเข้าและห้องโถงหลัก ตกแต่งด้วยประตูบานเลื่อนวาดด้วยภาพสวยงาม และเปิดให้เข้าชมในปี 2013 โดยส่วนอื่น ๆ เปิดในปี 2016 และ 2018 ตามลำดับ

**ประกาศการก่อสร้าง: อาคารพระราชวังเดิมอยู่ในระหว่างการก่อสร้างจนกระทั่งฤดูใบไม้ผลิปี 2018 แต่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมการก่อสร้างได้อย่างชัดเจนบนทางเดินที่จัดเตรียมไว้ให้

 

เปิด : 09.00 - 16.30 น. (เข้าชมก่อน 16.00 น.)
ปิดทุกวันที่ 29 ธันวาคม – 1 มกราคม
หากอยู่ในระหว่างซ่อมแซมจะปิดทุกวันอังคาร และวันพฤหัสบดี
การเดินทาง : นั่งรถบัสสาย Meguru tourist loop bus จากสถานี Nagoya ลงป้าย Nagoya Castle
จะถึงตัวปราสาทพอดี
เว็บไซต์ : www.nagoya-info.jp/th
ค่าเข้าชม : 500 เยน
พิกัดใน google map : https://goo.gl/maps/ZSoCocpwhVA2

 

 

7.SHIGA | จังหวัดชิกะ | 滋賀県

ชิกะ เป็นจังหวัดที่อยู่ทางตะวันออกสุดของภูมิภาคคันไซ โด่งดังในฐานะเมืองแห่งมหาวิทยาลัย และวิทยาศาสตร์ ทางตะวันตกติดต่อกับเมืองเกียวโต โดยมีภูเขาฮิเอ คั่นเป็นแนวเหนือจรดใต้ อีกทั้งยังมี ทะเลสาบบิวะ ที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น รอบทะเลสาบจึงเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่โดดเด่นมากเพราะถูกล้อมรอบด้วยเมืองที่มีท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น เมืองนางาฮะมะ ที่ขึ้นชื่อเรื่องเมืองแห่งปราสาท เมืองโอทสึ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวของจังหวัดชิกะ อีกทั้งยังมีทะเลสาบบิวะ ที่เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เป็นไฮไลท์ของที่นี่อีกด้วย

BIWA-KO | ทะเลสาบบิวะ | 琵琶湖

 

ทะเลสาบบิวะ เป็นทะเลสาบที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น มีอาณาบริเวณครอบคลุมหลายเมืองรวมทั้งเมืองโอทสึด้วย กิจกรรมหนึ่งที่เหมาะกับการเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศทะเลสาบบิวะได้ดีน่าจะเป็นการล่องเรือชมทะเลสาบ โดยจะมีอยู่หลายผู้ให้บริการ หนึ่งในนั้นคือเรือ Michigan ที่มีลักษณะเรือเป็นแบบเรืออเมริกันโบราณ ขนาดใหญ่มีชั้นดาดฟ้าแบบโอเพ่นสำหรับชมวิวทะเลสาบได้ 360 องศา และเปิดให้บริการทั้งวัน จนถึงรอบค่ำเลยทีเดียว นอกจากการล่องเรือชมทัศนียภาพของทะเลสาบแล้ว ริมทะเลสาบยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่รอให้คุณมาสัมผัส เช่น สวนสาธารณะริมทะเลสาบบิวะที่มีความยาวกว่า 5 กิโลเมตรเลียบไปกับทะเลสาบบิวะ สวนสาธารณะแห่งนี้เป็นสถานที่พักผ่อนหลักของชาวเมืองโอทสึ ที่นี่ถือเป็นจุดชมวิวริมทะเลสาบที่สวยงามที่สุดจุดหนึ่งเลยก็ว่าได้ และยังเหมาะกับการมาชมพระอาทิตย์ขึ้น อีกทั้งในช่วงค่ำจะมีการแสดงโชว์น้ำพุเต้นระบำที่ยาวที่สุดในโลกพร้อมกับประดับไฟ ถือเป็นประสบการณ์ที่คุณมาถึงทะเลสาบบิวะ แล้วห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

 

เปิด : ล่องเรือ 10.00 - 18.30 น.
สวนสาธาณะ ทุกวัน  24 ชั่วโมง
น้ำพุจะเปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธที่ 2 และ 4 ของทุกเดือน โดยจะเปิดเป็นรอบ ๆ ดังนี้
12.00 - 13.00 น. ,18.00 – 20.00 น. และทุกวันหยุด 15.00 - 16.00 น.
การเดินทาง : JR สถานี Otsu แล้วเดินต่อ 10 นาที
เว็บไซต์ : www.biwakokisen.co.jp/th
ค่าเข้าชม : ล่องเรือในทะเลสาบจะแบ่งออกเป็น 2 คอร์ส
แบบ Full Course ใช้เวลา 80 นาที ผู้ใหญ่ 2,780 เยน, เด็ก 1,390 เยน
แบบด่วน ใช้เวลา 60 นาที ผู้ใหญ่ 2,260 เยน, เด็ก 1,130 เยน
สวนสาธารณะ และน้ำพุ ไม่เสียค่าเข้าชม
พิกัดใน google map : https://goo.gl/maps/RdJRRrYDWzz

 

 

8.SHIZUOKA | จังหวัดชิซุโอกะ | 静岡県

จังหวัดชิซุโอกะตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะฮอนชู หันออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิก ด้วยความที่อยู่ระหว่างโตเกียวและโอซาก้า ซึ่งเป็นจุดกึ่งกลางของฟากตะวันออกและตะวันตก ทำให้ชิซุโอกะมีความเจริญรุ่งเรืองทั้งทางด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจมายาวนาน จังหวัดนี้เป็นจังหวัดเปรียบเสมือนบ้านของฟูจิซังหรือภูเขาไฟฟูจิ และแหลม Izu อันโด่งดัง อีกทั้งที่นี่ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของชาคุณภาพดี และยังเป็นแหล่งปลูกชาเขียวที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย

NIHONDAIRA | เนินเขานิฮอนไดระ | 日本平

 

เนินเขานิฮอนไดระ เป็นเนินเขาที่มีความสูงประมาณ 308 เมตร ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเมืองชิซุโอกะ ที่นี่คุณจะพบกับพื้นที่ไร่ชาเขียวกว้างใหญ่ และสามารถชมทัศนียภาพอันงดงามของภูเขาไฟฟูจิ และมหาสมุทรแปซิฟิกไป พร้อม ๆ กัน อีกทั้งภายในไร่ชายังมีการปลูกชามากถึง 8 ชนิด ให้คุณได้ซื้อใบชาติดไม้ติดมือกลับบ้านกัน และที่พิเศษไปกว่านั้นถ้าหากมีผู้เข้าชม 35 คนขึ้นไป คุณก็จะสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในประสบการณ์การเก็บยอดอ่อนใบชาได้อีกด้วย

 

เปิด : ทุกวัน 09.00 – 15.00 น. 
การเดินทาง : นั่งรถบัสสาย Shizuoka Nihondaira จาก JR สถานี Shizuoka ลงสถานีปลายทางหน้าป้ายหินนิฮอนไดระ
เว็บไซต์ : www.nihondairakankou.com
ค่าเข้าชม : 500 เยน
พิกัดใน google map : https://goo.gl/maps/uE8598dFny12

 

 

9.ISHIKAWA | จังหวัดอิชิกาวะ | 石川県

จังหวัดอิชิกาวะทอดตัวยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้ ตัวจังหวัดยื่นออกไปในทะเลญี่ปุ่นล้อมรอบไปด้วยพื้นที่ชายฝั่งและภูเขา อีกทั้งยังมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่หลายคนยังไม่เคยรู้กันมาก่อน เช่น ภูเขาฮะคุซัง 1 ใน 3 ภูเขาชื่อดังของญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีนาข้าวเซ็นไมดะ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการปลูกข้าวในรูปแบบขั้นบันได ที่รอให้คุณไปสัมผัสอีกด้วย

SHIRO YONE SENMAIDA | นาข้าวชิโรโยเนะเซ็นไมดะ | 白米千枚田

 

เมื่อมาเยือนนาข้าวเซ็นไมดะ คุณจะได้พบกับทัศนียภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจของผืนนาข้าวแบบขั้นบันไดกว้างกว่า 12,000 ตารางเมตร บนเชิงเขาโคชูซัง บริเวณนี้มีนาข้าวกว่า 2,000 ผืน นาแต่ละผืนมีพื้นที่โดยเฉลี่ยเพียง 6 ตารางเมตร และด้วยขนาดของนาที่ค่อนข้างเล็ก ขั้นตอนทุกอย่างจึงต้องอาศัยแรงงานคน นาข้าวสีเขียวขจีหันหน้าเข้าหาทะเลสีฟ้าใสเกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตาไม่เหมือนใคร ในช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อน แสงอาทิตย์ขณะลาลับขอบฟ้าเหนือผืนทะเลจะสะท้อนบนนาสีเขียวอย่างดงาม จนทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม ที่ใครหลายคนต่างก็อยากลองมาสัมผัส และมีประสบการณ์ร่วมไปด้วย นอกจากทัศนียภาพของทุ่งนาสีเขียวขจีที่งดงามแล้ว คุณยังสามารถทดลองเป็นเกษตรกร เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของเกษตรกรที่นี่ได้อีกด้วย

 

เปิด : ทุกวัน  24 ชั่วโมง
การเดินทาง : JR สถานี Kanazawa แล้วต่อรถบัสสาย Shiroyonesenmaida ลงป้าย Shiroyonesenmaida แล้วเดินต่ออีก 1 นาที
เว็บไซต์ : http://senmaida.wajima-kankou.jp/en/
ค่าเข้าชม : ฟรี
พิกัดใน google map : https://goo.gl/maps/CSgAa9XRzfu

 

 

เสน่ห์ของโชริวโดยังมีอีกมากมายที่รอให้คุณไปสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ อาหารรสเลิศ และวัฒนธรรมที่อนุรักษ์ไว้ตั้งแต่สมัยเอโดะ อีกทั้งยังมีเส้นทางการท่องเที่ยวที่แปลกใหม่อีก 4 เส้นทางด้วยกัน เที่ยวล่าสุดจึงอยากขอเชิญชวนให้คุณมาสัมผัสบรรยากาศ และความรู้สึกอันแสนสงบได้ที่นี่ “โชริวโด”

 

ดูรายละเอียดหนังสือเที่ยวล่าสุด คลิกที่นี่

ลุงบุญมี

ลุงบุญมี

It feels good to be lost in the right direction



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม