วางแผนเที่ยวไต้หวันผ่านมุมมองของ Mr.Tony Wu

วางแผนเที่ยวไต้หวันผ่านมุมมองของ Mr.Tony Wu
ลุงบุญมี
19/02/18   |   2.3k   |  

ย้อนกลับไปเมื่อ 4 – 5 ปีก่อน คงมีน้อยคนนักที่คิดจะไปท่องเที่ยวประเทศไต้หวัน จนมาถึงทุกวันนี้ประเทศไต้หวันได้กลายมาเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ใครหลาย ๆ คน ต่างก็อยากออกเดินทางไปสัมผัส และมีประสบการณ์ร่วมไปกับมัน เที่ยวล่าสุดได้มีโอกาสสัมภาษณ์ Mr.Tony Wu ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งดูแลสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันประจำประเทศมาเลเซีย, ไทย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, บรูไน, เมียนมาร์, กัมพูชา และลาว ทำให้ได้ข้อมูลที่ รู้ลึก รู้จริง เกี่ยวกับประเทศไต้หวัน โดยผ่านมุมมองของผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวผู้นี้

 

หลายคนมักสับสนระหว่าง “ไทเป” และ “ไต้หวัน” Mr.Tony ช่วยอธิบายความแตกต่างระหว่างสองคำนี้หน่อยครับ

ในมุมของผม “ไทเป” ก็เปรียบเสมือน “กรุงเทพ” ส่วน “ไต้หวัน” ก็เหมือน “ประเทศไทย” ไทเปเป็นเมืองหลวงของไต้หวัน ไทเปก็จะมีย่านธุรกิจต่าง ๆ เช่นเดียวกับที่กรุงเทพฯ ที่มีย่านสีลมและสุขุมวิท มีตึกสูง ๆ มากมาย ไต้หวันก็จะประกอบไปด้วยเทศมณฑลต่าง ๆ เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ประกอบไปด้วยจังหวัดต่าง ๆ บางเทศมณฑลก็โด่งดังด้านการเกษตร บางที่มีท่าเรือ สำหรับไทเปเป็นเมืองที่ทันสมัยที่สุด ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ

 

เคยได้ยินมาว่า “ไทเป” ไม่ใช่เมืองหลวงเมืองแรกของไต้หวัน ทำไมวันนี้ไทเปจึงกลายเป็นศูนย์กลางการปกครองของไต้หวัน

เริ่มแรกเมืองหลวงของไต้หวันไม่ใช่ “ไทเป” แต่เป็น “ไถหนาน” เริ่มจากในสมัยราชวงศ์หมิงสู้กับราชวงศ์ชิง โดยราชวงศ์หมิงย้ายภูมิลำเนามาตั้งรกรากที่ไถหนานเป็นแห่งแรก และได้เริ่มก่อสร้างทำเนียบรัฐบาลและมหาวิทยาลัยที่นี่เป็นแห่งแรกเช่นกัน ทำให้กลายเป็นเมืองหลวง แต่หลังจากนั้นญี่ปุ่นเข้ายึดครองไต้หวัน และได้ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ทางตอนเหนือ ไทเปจึงกลายเป็นเมืองหลวงแทน ดังนั้นหากมาเที่ยวไต้หวันจึงควรมาไถหนานด้วย เพราะจะได้เห็นจุดเริ่มต้นของประเทศไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมต่าง ๆ หรืออาหารพื้นเมืองของไต้หวัน

 

จากประวัติศาสตร์ที่จีนเคยปกครองไต้หวัน แล้วภาษาราชการของไต้หวันคืออะไร

อย่างที่บอกไปว่าไต้หวันมีรากฐานทางวัฒนธรรมมาจากประเทศจีน ไต้หวันจึงใช้ภาษาราชการเช่นเดียวกับจีน แต่แตกต่างกันที่ตัวอักษร เพราะไต้หวันใช้อักษรตัวเต็ม แต่จีนใช้อักษรตัวย่อ

 

คุณคิดว่า อะไรที่แสดงถึงความเป็นไต้หวันแต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังไม่ทราบ

ประเพณีต่าง ๆ ของไต้หวัน อย่างเช่นคราวที่แล้วในงาน TITF เราก็มีโชว์ประเพณีไต้หวันให้ชม คือเทศกาลปาเจียเจี้ยง (八家将) หรือการเต้นรำบูชาเทพเจ้า สำหรับประเพณีอื่น ๆ ก็มีละครหุ่นมือที่น่าสนใจ และเป็นประเพณีที่ไต้หวันรักษาเอาไว้มาจนถึงทุกวันนี้ และอีกสิ่งพิเศษของไต้หวันคือตั้งอยู่ที่ตำแหน่งเหนือสุดของ Tropical Zone (Tropical of Cancer 23.5 N) มันน่าแปลกมากที่ตำแหน่งอื่นซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กันมักเต็มไปด้วยทะเลทราย สิ่งมีชีวิตไม่สามารถอยู่ได้ แต่ทุกอย่างในไต้หวันสามารถเติบโตขึ้นมาได้ นอกจากนี้ไต้หวันยังเป็นประเทศที่สะอาดมาก และคนไต้หวันก็สุภาพและเป็นมิตรมากด้วย

 

เราได้ศึกษามาว่า ไต้หวันแบ่งออกเป็น 4 ภาค คือ เหนือ ใต้ กลาง และตะวันออก แต่ละภูมิภาคมีจุดเด่นอะไรบ้าง

จริง ๆ แล้วในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไต้หวันเป็นภูเขาสูง สูงมาก ทำหน้าที่เหมือนเส้นแบ่งเขตของภาคตะวันออกของประเทศ ส่วนตัวแล้วผมชอบไต้หวันฝั่งตะวันออกเป็นพิเศษ เพราะธรรมชาติสวยมาก โดยภาคกลางจะเด่นในด้านการทำเกษตรกรรม เช่น ข้าวสารและผลไม้ ในไต้หวันมี 4 ฤดู ได้แก่ฤดูไม้ร่วง ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ และฤดูหนาว แต่ละฤดูก็จะมีดอกไม้และผลไม้แตกต่างกันออกไป แต่ที่ผมอยากแนะนำเลยคือ ลูกพีช เพราะลูกพีชที่ไต้หวันมีความหวาน หอม และกรอบเป็นอย่างมาก ส่วนภาคเหนือจะโดดเด่นในด้านเมืองเศรษฐกิจและธุรกิจต่าง ๆ ภาคใต้ซึ่งผมคิดว่าในปัจจุบันมีความน่าสนใจมาก ผู้คนในพื้นที่ค่อนข้างมีความคิดที่แตกต่างจากคนในไทเป โดยคนส่วนใหญ่ในภาคใต้จะไม่ค่อยชอบความคิดของคนในภูมิภาคด้านบน ซึ่งในภูมิภาคนี้มีความโด่งดังในเรื่องของอุตสาหกรรมมาก และสุดท้ายภาคตะวันออกที่โดดเด่นเรื่องธรรมชาติ เพราะไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม โดยกิจกรรมยอดนิยมที่ผมอยากจะแนะนำสำหรับที่นี่คือการดำน้ำชมปะการังซึ่งเป็นชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกที่สวยงามเป็นอย่างมาก

 

แล้วสถานที่ไหน ที่เมื่อไปถึงไต้หวันแล้วห้ามพลาด

จากไลฟ์สไตล์ของคนไต้หวัน ทำให้ไต้หวันเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล อย่างเช่นร้านหนังสือที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง หรือคาเฟ่ต่าง ๆ ที่เปิดตอนกลางคืน ดังนั้นนักท่องเที่ยวควรลองเที่ยวทั้งกลางวันและกลางคืน ถ้าให้แนะนำก็ต้องไปร้านหนังสือและคาเฟ่ นอกจากนี้ยังมีบางคนที่บอกว่าบางส่วนของไต้หวันเหมือนประเทศจีน บางส่วนก็เหมือนประเทศญี่ปุ่น แต่เราก็รวบรวมวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมเอาไว้ ทั้งยังมีการแพทย์ที่ทันสมัยและอยู่อันดับต้น ๆ ของโลก แต่ว่าราคาไม่แพง ก็อยากให้ไปสัมผัสประสบการณ์เหล่านี้ที่ไต้หวันด้วยตนเอง

 

นอกจากสถานที่ ที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังมีกิจกรรมอะไรบ้างที่ต้องทำเมื่อไปถึงไต้หวัน

อย่างที่ผมบอกไปไทเปก็เหมือนกรุงเทพฯ แต่ถ้าพูดถึงทั้งไต้หวันก็ต้องบอกว่าเต็มไปด้วยวัฒนธรรมจีน วัดจีน อาหารจีน เพราะตั้งแต่มีไต้หวัน ผู้นำก็นำวัฒนธรรมจีนต่าง ๆ เข้ามาในไต้หวันด้วย อย่างที่บอกว่าประเทศจีนนั้นใหญ่ ดังนั้นผู้ที่เข้ามาอาศัยในไต้หวันก็จะมีจากหลากหลายเมือง เช่น เสฉวน ซานตง ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ฯลฯ ซึ่งผู้คนจากแต่ละเมืองก็จะมีวัฒนธรรมที่ต่างกันไป ดังนั้นถ้ามาที่ไต้หวันแค่ที่เดียวก็เหมือนกับได้สัมผัสวัฒนธรรมจากหลากหลายที่ในเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ห้ามพลาดไหว้เทพเจ้าตามวัดต่าง ๆ แนะนำที่เด่น ๆ คือในไทเปและไถหนาน ขอพรเรื่องความรัก จะไปไหว้คนเดียวหรือไปคู่ก็ได้ แต่หากขอพรแล้วเป็นจริง ต้องนำรูปถ่ายกับคู่รักมาไหว้อีกครั้ง อีกที่ต้องไปคือทะเลสาบสุริยันจันทรา เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน จะเดินเท้าหรือปั่นจักรยานก็ได้ อยู่ที่หนานโถว ภาคกลางของไต้หวัน ส่วนภาคตะวันออกก็มีธรรมชาติที่สวยงาม เหมาะกับการดำน้ำ และยังมีอีกหลายที่ที่น่าไป เช่น ไถจง เกาสง จิ่วเฟิ่น ฯลฯ ซึ่งสถานที่สวยงามเหล่านี้ก็เหมาะกับการถ่ายรูปพรีเวดดิ้งด้วย นอกจากนี้กิจกรรมที่คุณห้ามพลาดในช่วงเดือนมีนาคม จะมีเทศกาลลอยโคมไฟ เพื่อเป็นการฉลองวันพระจันทร์เต็มดวง อย่างเช่นในอดีตสมัยราชวงศ์ถังก็จะมีการจัดเทศกาลอย่างยิ่งใหญ่ และรักษาเทศกาลนี้ไว้จนถึงปัจจุบัน โดยมีความยิ่งใหญ่ขึ้นทุกปี ซึ่งที่ไต้หวันเองก็จัดมาประมาณ 30 กว่าปีแล้ว

 

 

รอติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศไต้หวันและไทเปแบบเต็ม ๆ ได้ที่นี่

 

ดูรายละเอียดหนังสือเที่ยวล่าสุด คลิกที่นี่

 

ลุงบุญมี

ลุงบุญมี

It feels good to be lost in the right direction



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม