เที่ยวชายแดนใต้ ไม่ไปไม่รู้ (1/2)

เที่ยวชายแดนใต้ ไม่ไปไม่รู้ (1/2)
VDO dance
21/08/19   |   225   |  

เที่ยวล่าสุดพาคุณลงใต้ปลายสุดแดนสยาม ไปทำความรู้จักยะลากับนราธิวาสในอีกมุมมอง เตรียมส่องกระบอกเลนส์ของคุณดูงานศิลปะร่วมสมัยในสองจังหวัดซึ่งทำหน้าที่เสมือนกระจกสะท้อนบริบททางสังคม ปรับโฟกัสให้ชัด แล้วคุณจะได้สัมผัสถึง resolution ของความรู้สึกจากงานศิลป์ซึ่งไม่ได้ยากเกินกว่าจะแปลความ

 

“เสพศิลป์ ถิ่นบินหลา” ของยะลาเขาน่าชม

1. Street Art ชุมชนประชานุกูล

 

 

ประเดิมที่สตรีตอาร์ตแห่งยะลา “Yala Bird City Street Art เสพศิลป์ ถิ่นบินหลา” คือโปรเจ็กต์ของเทศบาลนครยะลาที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วและเป็นที่รู้จักพอสมควรในโลกโซเชียล จุดประสงค์ของงานคือเพื่อส่งเสริมการตลาดและกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งยังเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หยุดแวะ ไม่ใช่แค่เป็นทางผ่านแล้วผ่านเลยไปเบตง 

 

 

โปรเจ็กต์นี้มีแนวคิดเป็นเรื่องนก เพราะยะลาเป็นเมืองแห่งนกและขึ้นชื่อเรื่องนกเขาชวาเสียง แต่ละผลงานจากหลากหลายศิลปินจึงได้สอดแทรกความเป็นนกและลักษณะเด่นอื่นๆ ของจังหวัดเข้าไปด้วย ผลงานจำนวนหนึ่งในนั้นเป็นของพัชรพล แตงรื่น หรือ Alex Face และพีรภัทร วงศ์จงใจหาญ ที่คุ้นเคยกันในนาม KSY

 

จ.ยะลาได้น้อมเกล้าฯ ถวายช้างพลายเผือกเมื่อปี พ.ศ. 2511 เพื่อเป็นช้างเผือกคู่พระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9

 

ภาพวาดบนผนังซึ่งชำแรกแทรกตัวอยู่ตามตรอกซอกซอยดังจะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนประชานุกูลช่วยลดอาการเก้อกังจากความแปลกหน้าระหว่างผู้มาเยือนและเจ้าบ้านได้ค่อนข้างดี อย่างน้อยเราก็มีข้ออ้างที่จะเหยียบย่างเข้าไปในถิ่นที่อยู่อาศัย ไม่ใช่เพียงเพื่อเก็บภาพแบบฉาบฉวย แต่เพื่อได้สังเกตวิถีชีวิตผู้คนตลอดจนหน้าตาของอาคารบ้านเรือน ได้ทำความเข้าใจว่าทำไมศิลปินจึงเลือกกำแพงแผ่นนั้นๆ ณ จุดที่ตั้งตรงนั้น พูดก็คือใช้เวลาให้นานขึ้นกับงานศิลปะภายในบริบทชุมชนท้องถิ่น เห็นความเป็นไปได้ว่าศิลปะเข้ากันได้ยังไงกับชีวิตที่เป็นอยู่จริง

 

ศิลปะกับชีวิตที่สื่อสารซึ่งกันและกัน

 

ที่ตั้ง: ชุมชนประชานุกูล บริเวณ ถ.นวลสกุล 1 และ 2 ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา

การเดินทาง: รถยนต์ ห่างจากสถานีรถไฟ จ.ยะลา ประมาณ 1.1 กม.

พิกัดบน Google Maps

 

เส้นสายที่แฝงคม ต้องไปชมที่นราฯ

2. Street Art สุไหงโก-ลก

 

สตรีมีผม (บนกำแพงด้านหลังคือภาพดอกบานบุรี)

 

แม้กำแพงภาพวาดของนราธิวาสจุดนี้ไม่ได้มีคอนเซ็ปต์ชัดเจนเป็นหนึ่งเดียวเหมือนของยะลา แต่ศิลปินก็เลือกที่จะนำเอกลักษณ์อันโดดเด่นของจังหวัดมาจัดเป็นองค์ประกอบ อย่างเช่นภาพวาดดอกบานบุรีซึ่งเป็นดอกไม้ประจำเมืองนรา หรือภาพวาดใบไม้สีทองซึ่งเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของจังหวัด เพราะค้นพบที่นี่เป็นที่แรกและที่เดียวในโลก เป็นไม้เลื้อยที่ใบเป็นรูปหัวใจและมีทั้งหมด 3 สีแตกต่างกันไปตามช่วงอายุ ยอดอ่อนจะเป็นสีนาก วัยกลางเป็นสีทอง เข้าปลายฝนเมื่อน้ำชะล้างสีออกก็จะกลายเป็นสีเงิน รวมถึงภาพวาดนกเงือกซึ่งเป็นนกขึ้นชื่อประจำถิ่นเพราะมีการค้นพบสายพันธุ์นกเงือกในนราธิวาสมากที่สุดในประเทศไทย

 

นกเงือก

 

สิ่งที่สตรีตอาร์ตบริเวณนี้ชวนให้ขบคิดคือดอกบานบุรีนั้นมีสีเหลืองทองสดสว่าง แต่ศิลปินกลับวาดด้วยสีเทาอึมครึม เช่นเดียวกันกับใบไม้สีทองที่ก็วาดเป็นสีอมทะมึน คล้ายกับเป็นการไว้อาลัยให้แก่เหตุการณ์โศกสลดแถบชายแดน ยิ่งวาดไว้เคียงกันกับรูปนกกระเรียนพับที่สื่อถึงวงเวียนนกสันติภาพยิ่งเหมือนเป็นการรำลึกถึงความสูญเสียที่ปลายด้ามขวานอันประมาณค่ามิได้

 

 

กำแพงตลอดแนวนี้รอทักทายผู้คนอยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 ระหว่างด่านตรวจคนเข้าเมืองและสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก พิกัดที่เป็นทั้งปลายสิ้นสุดและจุดเริ่มต้น ขึ้นอยู่กับว่าเราเดินทางมาจากไหนและกำลังจะไปยังที่แห่งใด การที่สตรีตอาร์ตบนแผ่นผนังโผล่ขึ้นที่ตำแหน่งนี้จึงน่าจะมีเหตุผลซ่อนอยู่ อย่างน้อยมันก็ไม่ได้มีค่าไว้แค่ให้ลงจากรถมากดเซลฟี่แล้วเร่งรี่ไปที่อื่นโดยแน่

 

ที่ตั้ง: บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 ระหว่างด่านตรวจคนเข้าเมืองและสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

การเดินทาง: เดินจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก ประมาณ 850 ม.

พิกัดบน Google Maps

 

เลียบชลยลนกเงือก แห่งป่าเทือกสันกาลาฯ

3. ลานนกเงือก ริมแม่น้ำบางนรา

 

จากนกเงือกบนผนังที่สุไหงโก-ลก ห้อตะบึงขึ้นมาตัวเมืองเพื่อยลโฉมนกเงือกสามมิติสายพันธุ์ต่างๆ กัน ณ ลานซึ่งดูๆ ไปก็ให้อารมณ์เหมือนพิพิธภัณฑ์นกเงือกกลางแจ้งริมแม่น้ำบางนรา เพราะเรียงรายไปด้วยประติมากรรมนกเงือกหลากสายพันธุ์หลายท่าทางทั้งเกาะกิ่ง โผบิน เหินเวหา ถลาเล่นลม แค่ได้มาเดินดูท่วงท่าและหน้าตาของนกต่างสายพันธุ์ รับลม ชมวิว กินบรรยากาศริมแม่น้ำโดยเฉพาะในยามเย็นด้วยแล้ว อะไรจะเพลินไปกว่านี้

 

 

ความรู้คู่ทัศนาจร: นกป่าชนิดนี้มีทั้งหมด 52 สายพันธุ์ในโลก พบในไทย 13 สายพันธุ์ และพบที่นราธิวาสมากสายพันธุ์ที่สุดในประเทศคือ 10 สายพันธุ์ ณ ป่าดงดิบฮาลาบาลาซึ่งครอบคลุมผืนป่าบริเวณเทือกเขาสันกาลาคีรี เนื่องจากอาศัยอยู่แต่ในป่าใหญ่อุดมสมบูรณ์ นกเงือกจึงเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดความไพบูลย์ของธรรมชาติ สมกับที่ป่าฮาลาบาลาได้รับการขนานนามว่า "อเมซอนแห่งอาเซียน" 

 

ที่ตั้ง: ริมแม่น้ำบางนรา ติดกับพลับพลาที่ประทับเฉลิมพระเกียรติ ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส

การเดินทาง: รถยนต์ ห่างจากสถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.นราธิวาส ประมาณ 2.2 กม.

พิกัดบน Google Maps

 

ประวัติความเป็นมา คลังนราฯ ข้อมูลแท้

4. พิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาส

 

ห้องแสดงนิทรรศการในหลวงรัชกาลที่ 9

 

เดินต่อมาจากลานนกเงือกประมาณ 500 เมตร จะพบกับ “พิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาส” ที่ดำเนินการจัดตั้งโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนราธิวาส เปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ ศาสนา วิถีชีวิต รวมถึงศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัด ห้องฉายวิดีทัศน์ซึ่งอยู่ชั้นแรกเป็นห้องแนะนำให้เราทำความรู้จักกับจุดเด่นของเมืองนราฯ อย่างคร่าวๆ ก่อนไปเริ่มเจาะลึกข้อมูลกันที่ห้องต่อๆ ไปซึ่งเป็นนิทรรศการว่าด้วยเรื่องราวต่างๆ ของนราธิวาสอันได้แก่ ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งเทือกเขาและอุทยานแห่งชาติซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญและมีความหลากหลายทางชีวภาพ, ห้องพัฒนาการทางประวัติศาสตร์บอกเล่าถึงการก่อร่างสร้างเมือง, ห้องจำลองบรรยากาศเมือง ตึกราม และถนนหนทางตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน, ห้องภาพรำลึกแสดงภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์ที่เป็นเรื่องราวของเมืองนราฯ หรือเกี่ยวข้องกับเมือง ส่วนชั้นสองจัดแสดงเรื่องราวหลากหลายด้านทั้งการตั้งถิ่นฐานและชุมชนเก่า ชาติพันธุ์ ศาสนา บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม การประกอบอาชีพ อาหารขึ้นชื่อ งานช่างฝีมือพื้นบ้าน ศิลปะการแสดง และภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร 

 

วิถีชีวิตพื้นบ้านบนชิ้นงานหัตถกรรม

 

นิทรรศการจัดได้น่าสนใจและน่าเข้าชมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งการออกแบบนิทรรศการในแต่ละห้องให้มีความทันสมัย ใช้แสงสีและจัดสรรพื้นที่ได้อย่างลงตัว มีความต่อเนื่องกลมกลืนในเรื่องราวจากห้องหนึ่งไปอีกห้องต่อไป เจ้าหน้าที่นำชมก็ให้ข้อมูลละเอียดเต็มที่และมีความภาคภูมิใจในการนำเสนอทุกอย่างที่เป็นนราฯ ตั้งแต่เริ่มนำชมไปจนจบที่ห้องสุดท้ายซึ่งยังความประทับใจเป็นพิเศษกับวิดีทัศน์สารคดีขนาดสั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เราได้รับฟังกระแสรับสั่งต่อสื่อต่างประเทศเป็นภาษาอังกฤษว่าท่านทรงมีพระราชดำริอย่างไรในการพัฒนาประเทศไทยและการยกระดับชีวิตผู้ด้อยโอกาสและขาดแคลน พระราชดำรัสตอบนั้นเรียบง่าย แต่ดูจบแล้วก็อดซาบซึ้งในพระราชหฤทัยอันยิ่งใหญ่ไม่ได้ ยิ่งมองไปรอบๆ ห้องซึ่งแขวนภาพถ่ายมากมายขณะทรงประกอบพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ ยิ่งรู้สึกว่ายากเกินกว่าจะพรรณาออกมาเป็นถ้อยคำใด

 

ห้องแสดงภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์เปิดประตูไปสู่ “โลก” 

 

ทั้งหมดทั้งมวลที่บรรจุอยู่ในอาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่าแห่งนี้สามารถบรรยายสั้นๆ จบได้ภายในไม่กี่บรรทัด แต่ในห้องจัดแสดงทุกห้องที่รุ่มรวยไปด้วยเรื่องราวของนราธิวาสตั้งแต่ก่อนสถาปนามาเป็นตัวจังหวัดจนกระทั่งถึงปัจจุบันนั้นมากมายเกินกว่าจะซึมซับให้หมดได้ภายในวันเดียว เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป ทุกเพศ ทุกวัย ทั้งเรียนและทำงาน ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต ฯลฯ

 

ที่ตั้ง: ศาลากลางเก่า หน้าเทศบาลนราธิวาส ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส

เวลา: จันทร์-ศุกร์ 09.00-16.00 น.

โทร: 073-512-207

การเดินทาง: รถยนต์ ห่างจากสถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.นราธิวาส ประมาณ 2.3 กม.

ค่าเข้าชม: ฟรี

Facebook: พิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาส Narathiwat City Museum 

พิกัดบน Google Maps

 

ดูศิลป์อย่างรู้ค่า เดินเข้ามา “เดอ ลาแป”

5. De’ Lapae Art Space

 

ต่อกันที่ De’ Lapae Art Space (เดอ ลาแป อาร์ต สเปส) ซึ่งอยู่ห่างจากพิพิธภัณฑ์เมืองนราธิวาสเพียง 15 นาทีเดิน ศูนย์ศิลปะแห่งใหม่ของเมืองนราฯ ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานโดยคุณปรัชญ์ พิมานแมน ซึ่งเรียนจบมาทางด้านศิลปกรรมแล้วได้ปรับแปลงบ้านเก่าของตนหลังนี้ให้เป็นศูนย์กลางความรู้ด้านศิลปะทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติโดยการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งอบรม เวิร์กช็อป สอนศิลปะ จัดทำห้องสมุดศิลปะ และเปิดเป็นพื้นที่แสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยทุกประเภท แต่เนื่องจากในประเทศไทยโดยเฉพาะในชุมชนท้องถิ่น ศิลปะยังเป็นเรื่องห่างไกลและเข้าใจยากตามความรู้สึกของคนทั่วไป คุณปรัชญ์จึงจัดสรรส่วนหนึ่งของพื้นที่ให้เป็นร้านกาแฟ รวมทั้งจัดแสดงภาพศิลปะที่เข้าใจง่ายของคนในท้องถิ่นเอาไว้ภายในร้านเพื่อดึงดูดความสนใจและเชิญชวนคนภายนอกให้แวะเวียนเข้ามา

 

 

อดีตบ้านเก่าของคุณปรัชญ์หลังนี้มี 2 ชั้น ชั้นล่างแบ่งเป็นบริเวณต้อนรับ ร้านกาแฟ และมุมขายของที่ระลึกกับสื่อสิ่งพิมพ์จำนวนจำกัด ชั้นบนเป็นห้องจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัย นิทรรศการที่กำลังเปิดแสดง ณ ขณะที่เขียนบทความนี้เป็นผลงานร่วมของศิลปินรุ่นใหม่ซึ่งหลายคนได้รับอิทธิพลจากปัญหาความรุนแรงเรื้อรังบริเวณชายแดน ดังที่สื่อออกมาในผลงานประติมากรรมจัดวางชิ้นหนึ่ง กล่องไม้ขนาดเล็กหลายกล่องที่นอนเรียงเคียงกันอยู่บนพื้นเปรียบเสมือนโลงศพ ภายในกล่องบรรจุลูกกระสุนแกะไม้ซึ่งเป็นวัสดุหาได้ทั่วไปในท้องถิ่นสื่อถึงสาเหตุการตาย ในขณะที่บางกล่องว่างเปล่ากระตุ้นให้เกิดการตั้งคำถาม จำนวนกล่องทั้งหมดแทนจำนวนครั้งที่ศิลปินรู้สึกถึงการสูญเสียอันเนื่องมาจากปัญหาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในถิ่นฐานบ้านเกิดของตน 

 

 

ส่วนผลงานชิ้นอื่นๆ ของศิลปินในท้องที่ซึ่งใกล้ชิดสนิทแน่นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็แสดงถึงความสลดสะท้อนโศกนาฏกรรมของความขัดแย้งได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โลกของศิลปะซึ่งเปิดเข้าหาความละเอียดอ่อนลึกซึ้งจึงเป็นพื้นฐานทางจิตใจที่สำคัญอันจะนำมาซึ่งการเติบโตทางสามัญสำนึกของทั้งปัจเจกและสังคม ดังที่ผู้ก่อตั้งได้เล็งเห็นแล้วให้กำเนิดพื้นที่แห่งนี้ขึ้น

 

 

ปัจจุบัน เดอ ลาแป อาร์ต สเปส เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ผลงานศิลปะบางส่วนได้ไปจัดแสดงที่หอศิลป์หลายที่ในกรุงเทพฯ รวมถึงเทศกาล Jogja Biennale ที่อินโดนีเซีย การเดินทางไปศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการจัดแสดงนิทรรศการศิลปะตามประเทศในแถบเอเชีย อเมริกา และรัสเซียยังทำให้พื้นที่จัดแสดงของที่นี่มีความร่วมสมัย สมกับมิติทางความคิดความรู้สึกของศิลปินรุ่นใหม่และคนทั่วไปที่มีต่อความเป็นไปในโลกปัจจุบัน

 

 

ที่ตั้ง: 78 ถ.สมัยอาณาจักร ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส

เวลา: ทุกวัน 10.00 น. แกลเลอรี่ปิด 17.00 น. ร้านกาแฟปิด 19.00 น.

โทร: 084-193-3651

การเดินทาง: รถยนต์ ห่างจากสถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.นราธิวาส ประมาณ 3.8 กม.

ค่าเข้าชม: ฟรี

Facebook: De' Lapae Art Space Narathiwat

พิกัดบน Google Maps

 

ศิลปะเป็นภาษาที่จริงใจและตรงไปตรงมา ถ่ายทอดความสวยงามรอบตัวรวมถึงผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบจากก้นบึ้งของความรู้สึก ลึกซึ้งเกินกว่าภาษาข่าวจะเทียบได้เท่า เป็นอีกช่องทางการรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหากคุณได้มีโอกาสไปเยือนชายแดนใต้ครั้งต่อไป เราจึงนำพื้นที่ทางศิลปะมาเปิดตัวยะลาและนราธิวาสเพื่อให้คุณได้สัมผัสทั้งสองจังหวัดจากอีกมุมมอง เกริ่นให้คุณพร้อมทำความรู้จักวิถีชีวิตของชาวบ้านบนคาบสมุทรมลายูด้วยสายตาอีกแบบในบทความหน้าซึ่งเป็นภาคจบ เที่ยวชายแดนใต้ ไม่ไปไม่รู้ (2/2) 

 

VDO dance

VDO dance

เกิดเดือนพฤษภา ราศีพฤษภ นิยมความสงบ คบหนังสือเป็นสหาย
ใคร่สัญจรเที่ยวท่อง พกกล้องเก็บภาพถ่าย ชอบกินผักผลไม้ ใส่ใจธรรมชาติ



ติดตามข่าวสารและเรื่องราวดีๆ ทาง Email

ขอบคุณสำหรับการติดตาม